ข้อมูลบริษัท
Retail Chain ไทยที่ดำเนินงาน 8 สาขาในหลายจังหวัด โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ บริษัทเปิดสาขาใหม่สม่ำเสมอและต้องการรูปแบบการติดตั้งที่รวดเร็วและทำซ้ำได้ พนักงานข้ามสาขาต้องโทรหากันด้วย Extension และลูกค้าคาดหวังเบอร์ติดต่อเดียวไม่ว่าจะติดต่อสาขาใด
ปัญหาทางธุรกิจ
แต่ละสาขามีระบบโทรศัพท์แยกกันพร้อมสาย PSTN แยก ทำให้การ Route สายไม่สม่ำเสมอและไม่สามารถกด Extension ข้ามสาขาได้ การเปิดสาขาใหม่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการตั้งค่าระบบโทรศัพท์และเปิดสายใหม่
ไม่มีระบบ Failover ส่วนกลาง — หาก WAN ของสาขาใดล่ม สาขานั้นจะสูญเสียบริการโทรศัพท์ทั้งหมด การบริหาร IT กระจัดกระจาย ไม่มี Dashboard กลางที่เห็น Extension, Call Log หรือสถานะระบบของทุกสาขาในที่เดียว
โซลูชันของ SIPPER
SIPPER ติดตั้ง Yeastar P570 PBX ส่วนกลางที่สำนักงานใหญ่ พร้อม FortiGate SD-WAN ที่ทุกสาขา ทุกสาขาเชื่อมต่อกับ PBX ส่วนกลางผ่าน SD-WAN Tunnel โดยใช้ SIP Trunk เดียวจัดการสายเข้า-ออกทั้งหมด
แต่ละสาขาติดตั้ง Yealink T31G และ FortiGate ที่รวม SD-WAN, Firewall และ QoS ในอุปกรณ์เดียว ลิงก์ WAN คู่พร้อม 4G Failover ถูกตั้งค่าทุกสาขาเพื่อให้บริการเสียงไม่หยุดชะงัก
กระบวนการติดตั้ง
ตั้งค่า PBX และ SIP Trunk ที่สำนักงานใหญ่ก่อน ตามด้วยสาขา Pilot เพื่อตรวจสอบความเสถียรของ SD-WAN Tunnel และคุณภาพเสียง สาขาที่เหลือ Roll Out โดยใช้ Deployment Kit มาตรฐาน — FortiGate และโทรศัพท์ที่ตั้งค่าล่วงหน้าจัดส่งไปแต่ละไซต์
การเปิดสาขาใหม่ใช้เวลาเพียง 1–3 วันทำการนับจากฮาร์ดแวร์ถึงไซต์จนถึงเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ รวมถึงการกำหนด Extension, Call Routing และทดสอบ Failover
ผลลัพธ์
ค่าโทรระหว่างสาขาถูกตัดเป็นศูนย์ — สายระหว่างสาขาและสาขา-สำนักงานใหญ่ทั้งหมดวิ่งผ่าน SD-WAN โดยไม่มีค่าใช้จ่ายต่อนาที การเปิดสาขาใหม่ลดจากหลายสัปดาห์เหลือ 1–3 วันด้วย Deployment Kit มาตรฐาน
IT บริหาร Extension, Call Routing และสถานะระบบทั้งหมดจาก Yeastar Admin Panel เดียว ระบบ Dual WAN + 4G Failover ทำให้ไม่มีสาขาใดสูญเสียบริการโทรศัพท์เมื่อลิงก์หลักล่ม
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้
Yeastar P570 Cloud PBX (ส่วนกลาง), FortiGate SD-WAN (ทุกสาขา), Yealink T31G โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ, SIPPER SIP Trunk (รวมศูนย์), 4G Failover Modem, Dual WAN Configuration
หมายเหตุ
กรณีศึกษานี้แสดงรูปแบบการติดตั้งทั่วไปจากรูปแบบโครงการจริง